F01-06-01

พัดลมดูดอากาศแบบฝังฝ้า Zeberg 12-16A “ซีเบิร์ก”

รายละเอียดเพิ่มเติม

รหัสสินค้า : OT-FAN-ZEB001

ชื่อสินค้า : พัดลมดูดอากาศฝั่งฝ้า 10″ Zeberg”

ยี่ห้อ : ZEBERG (ซีเบิร์ก)

รุ่น : 12-16A 10″

แรงดันไฟฟ้า : 220 โวลต์

กระแสไฟฟ้าสูงสุด : 0.18 แอมแปร์

กำลังขาเข้า : 40 วัตต์/50 เฮิรตซ์


รายละเอียดทั่วไป

พัดลมระบายอากาศแบบฝังฝ้าเพดานเหมาะสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย

– คลังสินค้า

– โรงพยาบาล

– โรงแรม

– และอื่นๆ

เพื่อกำจัดหมอกควัน ความชื้น และมลพิษในห้อง โดยการนำอากาศที่สดชื่นเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว ผลิตจากพลาสติกชั้นดี ดีไซน์สวยงาม ทนความชื้นได้ดีเยี่ยม มีระบบตัดไปอัตโนมัติถ้าความร้อนสูงเกินไป มอเตอร์เดินเงียบ มาตรฐาน มอก.934-2533


วิธีการใช้พัดลมระบายอากาศ

1.เลือกเพดานบริเวณที่จะติดตั้งเครื่องพัดลม และผนังที่จะเจาะท่อระบายอากาศ ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวอาคารและตำแหน่งของห้อง

2.เปิดเพดานเพื่อติดตั้งพัดลม เดินสายไฟฟ้าที่ใช้ภายในอาคารร้อยผ่านช่องเพดานออกมาเพื่อต่อวงจรกับเครื่องพัดลมก่อนที่จะดันพัดลมขึ้นไปติดตั้งกับคานยึด (การต่อสายไฟควรติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญเท่านั้น)

3.การติดตั้งพัดลมระบายอากาศแบบฝังเพดาน โดยใช้คานต่อกรอบสำหรับติดตั้ง เพื่อใช้เป็นคานที่ยึดพัดลม ขนาดของกรอบแต่ละรุ่นให้เป็นไปตามตารางที่แสดงด้านบน ควรเหลือช่องว่างประมาณ 2-3 มม. ระหว่างขอบของโครงพัดลมกับฝ้าเพดาน (ตามรูป)

4.ถอดท่อต่อเสริมออกจากตัวโครงพัดลม โดยกดที่เขี้ยวล็อคค้างไว้ (ตามลูกศร)

5.ทดลองสวมโครงพัดลมเข้ากับกรอบที่เตรียมไว้ ระบุตำแหน่งเจาะรูยึดท่อเสริม ถอดโครงพัดลมออกเพื่อติดตั้งท่อต่อเสริม ยึดท่อระบายอากาศเข้ากับท่อต่อเสริมให้แน่นเพื่อป้องกันอากาศรั่ว กรณีที่ใช้เทปพันท่อระวังอย่าให้เทปปิดทับแกนของบานเปิด-ปิด เพราะอาจทำให้บานเปิด-ปิดฝืดและอาจไม่เปิด

6.ติดตั้งท่อต่อเสริมโดยวางปีกท่อต่อเสริมเข้าใต้กรอบคานติดตั้ง แล้วยึดด้วยสกูรยึดไม้ 2 ตำแหน่ง

7.ติดตั้งตัวโครงพัดลมเข้ากับท่อต่อเสริม ดันโครงพัดลมขึ้นให้เขี้ยวล็อคที่ตัวโครงพัดลม ล็อคเข้ากับท่อต่อเสริม แล้วยึดโครงพัดลมด้วยสกูรยึดไม้ 8 ตำแหน่ง


ข้อแนะนำ

1.ติดตั้งพัดลมโดยให้ใบพัดสูงกว่าระดับพื้นเกินกว่า 2.3 เมตร

2.ไม่ติดตั้งพัดลมในที่อุณหภูมิสูงจัด หรือใกล้เตาไฟ ในที่มีความชื้นสูง หรือเปียกน้ำ และในสถานที่ที่มีไอระเหยของสารไฮโดรคาร์บอน เช่น น้ำมัน

3.ห้ามใช้นิ้วมือ, ดินสอ หรือสิ่งของอื่นๆ แหย่เข้าไปในตะแกรงพัดลม ขณะที่ใบพัดกำลังหมุน

4.ห้ามพ้นเสปรย์ทุกชนิดเข้าไปในตัวพัดลม หรือใช้น้ำยาเคมี, ทินเนอร์, แอลกอฮอล์, น้ำมันก็าด หรือน้ำมันเบนซินทำความสะอาดพัดลม

5.ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด ทำความสะอาดเช็ดบริเวณรอยเปื้อน แล้วเช็ดให้แห้งก่อนใช้งาน ห้ามให้สายไฟ, สวิทช์, มอเตอร์ และชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆเปียกน้ำระหว่างทำความสะอาดพัดลม

6.หากชิ้นส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น สายไฟ, สวิทช์, มอเตอร์ เกิดชำรุด ไม่ควรซ่อมด้วยตนเอง


ส่วนประกอบพัดลม

1.ท่อต่อเสริม

2.โครงพัดลม

3.แผ่นปิด-เปิดระบายอากาศ

4.มอเตอร์

5.ใบพัดลม

6.ฝาปิดโครงพัดลม

7.สปริงยึดตะแกรงพลาสติก

8.ตะแกรงพลาสติก

9.สายไฟพร้อมปลั๊ก

 

 


ข้อควรระวังในการติดตั้ง

1.ควรติดตั้งท่อระบายอากาศเอียง 1/100 หรือมากกว่า สู่ทางด้านนอกเพื่อป้องกันน้ำฝนผ่านเข้ามาและควรหลีกเลี่ยงงานท่อแบบต่างๆ

2.ไม่ควรติดตั้งพัดลมบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส เนื่องจากส่วนที่เป็นฉนวน เช่น มอเตอร์และคาร์ปาซิเตอร์อาจด้อยประสิทธิภาพลงและอาจเกิดไฟรั่วได้ ยิ่งไปกว่านั้นแกนมอเตอร์ที่ไม่ได้รับการหล่อลื่นอย่างดีจะทำให้ทั้งแกนหมุนและมอเตอร์ร้อนขึ้น

3.เพดานติดตั้งพัดลม ควรเป็นเพดานที่ใช้วัสดุที่มีความแข็งแรง เช่น ยิปซั่มบอร์ด, แผ่น ASBESTOS, ไม้, ยาง, แผ่นปูน, แผ่นยาง เป็นต้น หากติดตั้งพัดลมกับเพดานไม่ดี อาจมีการสั่นหรือมีเสียงดังเกิดขึ้น

4.สำหรับเพดานที่ใช้ในการติดตั้ง ควรมีช่องที่สามารถเปิดตรวจสอบบริเวณช่องระบายลม เพื่อสะดวกในการซ่อมบำรุง และทำความสะอาด

5.การติดตั้งพัดลมในตึกปิด ควรมีช่องนำอากาศเข้าอีกด้านหนึ่งของห้อง เพื่อเป็นการระบายอากาศภายในห้อง

6.ไม่ควรติดตั้งพัดลมบริเวณที่มีไอน้ำ หรือความชื้นสูง เช่น ห้องเซาว์น่า เป็นต้น

7.หากติดตั้งพัดลมในบริเวณที่มีฝุ่นละอองมาก เช่น คอกปศุสัตว์ ฟาร์มสัตว์ปีก ควรมีการติดตั้งท่อระบายอากาศซึ่งมีส่วนปิดด้านนอก เช่น ตะแกรง(ส่วน ประกอบเสริม) เพื่อป้องกันนก, แมลงผ่านเข้ามา

8.ควรเสริมความแข็งแรงสำหรับเพดานที่ติดตั้งพัดลมให้เรียบร้อย โดยสามารถรับน้ำหนักของพัดลมได้ประมาณ 3 กิโลกรัม


คำเตือน!

1.ตัดวงจรไฟฟ้าทุกครั้งก่อนถอด-เปลี่ยน-ประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ของพัดลม และก่อนทำความสะอาดพัดลม

2.สำหรับตัวโครงของพัดลมระบายอากาศแบบฝังเพดาน ที่ติดตั้งอยู่บนฝ้าหรือเพดาน ควรให้ช่างผู้ชำนาญทำความสะอาดเท่านั้น